วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555



วิตามินซี (vitamin C) เป็นวิตามินที่รู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีมากกว่าวิตามินชนิดอื่นๆ และมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในคนปกติ ในเด็กเล็ก และในผู้ใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบ เกิดผลดีและผลเสีย ทั้งด้านสุขภาพและค่าใช้จ่าย ดังนั้น เมื่อมีคำถามมาเช่นนี้ก็ขอกล่าวถึงวิตามินซีที่ประชาชนทั่วไปควรทราบ และแนวทางการรักษาสุขภาพตนเองที่เกี่ยวข้องกับวิตามินซีที่เหมาะสม
ธรรมชาติของวิตามินซี
วิตามิน ซี หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำ และมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant)
วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้น ได้เอง และไม่สะสมในร่างกายของเรา ดังนั้น คนเราจำเป็นต้องได้รับวิตามินซีจากอาหาร ผักและผลไม้ที่กินกันทุกวัน ซึ่งอาหารที่คนไทยกินส่วนใหญ่จะให้ปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอต่อความต้องการ ของร่างกายในแต่ละวันอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยได้พบผู้ที่ขาดวิตามินซี
ยกเว้น ผู้ที่ไม่ได้กินผักและผลไม้เป็นเวลานานๆ เช่น ในอดีตที่กะลาสีท่องไปในทะเลนานๆ และขาดผักและผลไม้ ทำให้ขาดวิตามินซี ทำให้เกิดอาการเลือดออกตามไรฟัน เหงือกอักเสบ ผิวหนังแห้งแตกเป็นสะเก็ด แผลหายช้า เลือดกำเดาไหล ซึ่งเรียกโรคนี้ว่า ลักปิดลักเปิด (scurvy) ซึ่งไม่ค่อยพบในปัจจุบันแล้ว
1.วิตามินซีกับโรคหวัด
วิตามิน ซีจะเข้าไปช่วยให้เม็ดเลือดขาว นิวโทรฟิล  และแอนติบอดี้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทำให้ร่างกายสามารถสร้าง ภูมิคุ้มกัน และป้องกันโรคหวัดได้เป็นอย่างดีช่วนย่นระยะเวลาให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น
2.วิตามินซีกับการเสริมสร้างภูมิต้านทานวิตามิน ซีนอกจากเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวแล้วยังช่วยลดการ หลั่งสารฮิลตามินซึ่งสารนี้จะถูกกระตุ้นให้ปริมาณสูง เมื่อร่างกายได้รับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้
3.วิตามินซี กับผิวพรรณที่ดี
วิตามิน ซีช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนคอลลาเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อช่วยให้เซลล์ของร่างกายยึดไว้ ด้วยกัน จึงช่วยให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่มกระชับไม่เหี่ยวก่อนวัยอันควร ป้องกันการฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยและบำรุงรักษาเหงือก
4.วิตามินซีกับโรคต้อกระจก
วิตามิน ซีช่วยลดอาการของโรคต้อกระจกได้เนื่องจากวิตามินซีจะเข้าไปลดสภาวะการทำงาน ของเอ็นไซม์อัลโดรีสดัตเตสที่อยู่ในร่างกายซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่มีผลในการ เร่งปฎิกริยาการเสื่อมของกระจกตาอันเป็นสาเหตุของโรคต้อกระจก
5.วิตามินซีกับการชะลอความเสื่อมของเซลล์
วิตามิน ซีช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ((แอนติออกซิแดนท์)) ซึ่งเป็นสารทำให้มีผลต่อการเสื่อมของเซลล์ในร่างกายก่อนวัยสมควร และทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่นโรคหลอดเลือดอุดตัน โรคไขข้อความดันโลหิตสูง และในบางครั้งการสูบบุหรี่หรือดื่มสุรามีผลทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระใน ร่างกายได้เช่นกัน

ใครบ้างที่ควรได้รับวิตามินซีเพิ่ม….
  • ผู้ที่มีอาการเป็นหวัด เป็นโรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ
  • อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ มีอาการเครียด
  • ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพ
ปริมาณวิตามินซีที่คนเราควรได้รับในแต่ละวัน..
สำหรับ ความต้องการที่ควรจะได้รับวิตามินซีในแต่ละวันนั้น ก็แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย  ดังนี้
  • ผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ มีอาการเครียดในร่างกายควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • บำรุงผิวพรรณ ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคต้อกระจกควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพควรได้รับวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม

ที่มา : วิชาการดอทคอม, pantip, องค์การเภสัชฯ, หมอชาวบ้าน